Day: กรกฎาคม 16, 2021

ประกาศจังหวัดนครปฐม ฉบับที่ 76/2564 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมเพิ่มเติม

ประกาศจังหวัดนครปฐม ฉบับที่ 76/2564 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมเพิ่มเติม
1. มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานและการควบคุมการเดินทางจำกัดการเคลื่อนย้ายของบุคคล
1.1 ห้ามบุคคลในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐมออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 น.ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น นับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลตามกรณีดังต่อไปนี้
1. พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกำหนดประกาศ หรือคำสั่งของทางราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพลเรือนซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอื่น เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ตามระยะเวลาที่กำหนด
2. การสาธารณสุข ได้แก่ ผู้ป่วยหรือผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์หรือเข้ารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งผู้ดูแลบุคคลดังกล่าว แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ต้องปฏิบัติงานในการให้บริการด้านสาธารณสุข
3. การขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิง ไปรษณีย์ พัสดุภัณฑ์ สิ่งพิมพ์ สินค้าเพื่อการส่งออกหรือนำเข้า
4. การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานขนส่งสาธารณะ ผู้ขนส่งและ ผู้เดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยานหรือสถานีขนส่ง ผู้ขนส่งและประชาชนที่เดินทางไปยังที่เอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือระบบแยกกักเพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในชั้นแรก ผู้โดยสารและผู้เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในห้วงเวลาดังกล่าว
5. การให้บริการหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน ได้แก่ ผู้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ คนไร้ที่พึ่ง หรือผู้ประสบภัย ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและอาหาร ผู้บริการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภค ระบบระบายน้ำ ระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ผู้จัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย ผู้บริการซ่อมแซมและปรับปรุงโครงข่ายและอุปกรณ์ในการสื่อสารโทรคมนาคม ผู้บริการงานช่วยเหลือกู้ภัย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภัยพิบัติ ผู้บริการด้านธนาคาร ตลาดทุน การประกันภัย ผู้จำเป็นต้องดำเนินงานกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องติดต่อราชการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
6. การประกอบอาชีพที่จำเป็น ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานตามรอบเวลา/ กะ หรือการทำงานตามผลัดเปลี่ยนเวรยาม หรือตามเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติของทางราชการและเอกชน การทำงาน ในโรงงานงานก่อสร้าง งานบำรุงรักษาหรืองานเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินงานได้ งานดูแลรักษาความปลอดภัย งานด้านเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ หรือการตรวจรักษาสัตว์
7. กรณีจำเป็นอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้บุคคลที่มีความจำเป็นต้องเดินทางตาม (2) ถึง (6) แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น และเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการ การเดินทางหรือหลักฐานอื่นๆ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
ให้บุคคลที่มีความจำเป็นต้องเดินทางตาม (7) ให้ยื่นคำขออนุญาตแสดงเหตุจำเป็นพร้อมหลักฐานต่อ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อพิจารณาอนุญาต
1.2 ให้บุคคลที่เดินทางเคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร มารายงานตัวก่อนเข้ามาพักอาศัยจังหวัดนครปฐม โดยรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อถึงพื้นที่ตามที่จังหวัดกำหนด ทั้งให้มีการลงทะเบียนในเอกสารที่กำหนดหรือติดตั้งระบบแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” พร้อมจัดให้มีการวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันหรือสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน ณ สถานที่พักอาศัยภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ หากมีไข้หรืออาการผิดปกติเข้าข่ายต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
1.3 ขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเสี่ยงหรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดเพื่อไปยังจังหวัดอื่นในช่วงระยะเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็น กรณีมีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ โดยเฉพาะการเดินทางจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
1.4 ระบบขนส่งสาธารณะ ให้เปิดบริการได้ตั้งแต่เวลา 04.00 นาฬิกา ถึง 21.00 นาฬิกา โดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแลให้ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะทุกประเภทถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
2. มาตรการปิดและควบคุมสถานที่เป็นการชั่วคราว
2.1 ให้สถานที่ซึ่งมีประกาศให้ปิดและควบคุมสถานที่เป็นการชั่วคราว ในข้อ 1 ตามประกาศจังหวัดนครปฐมฉบับที่ 74/2564 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เรื่อง มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้
2.2 กำหนดมาตรการปิดและควบคุมสถานที่สถานที่เป็นการชั่วคราว เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
1. การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งรวมถึงร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ โรงแรม สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย หรือสถานประกอบการอื่นใดที่มีการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้เปิดดำเนินการได้ จนถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และห้ามการบริโภคในร้านโดยให้ดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น
2. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และเปิดให้บริการเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยาและเวชภัณฑ์ ชูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องมือช่างและอุปกรณ์การก่อสร้าง ธนาคาร สถาบันการเงินหรือธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์ การให้บริการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา การให้บริการฉีดวัคซีนหรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆ และส่วนที่เป็นที่ทำการของรัฐหรือเอกชน
3. ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และจำกัดเวลาสำหรับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ให้ปิดการให้บริการในระหว่างเวลา 20.00 นาฬิกา ถึง 04.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น
4. ห้ามจำหน่าย จ่าย แจก เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด ตั้งแต่เวลา 20.00 นาฬิกา ถึง 11.00 นาฬิกา
5. สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ให้เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 นาฬิกา
6. สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า สถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ สปา สถานที่อบตัว หรือสถานประกอบการในลักษณะทำนองเดียวกัน และสถานประกอบการให้บริการควบคุมน้ำหนัก สถานเสริมความงาม ให้ปิดดำเนินการ ยกเว้นการให้รักษาพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์
สำหรับร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผมและร้านทำเล็บ ให้ยังคงเปิดดำเนินการได้โดยถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยเคร่งครัด
3. มาตรการการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคล ให้ดำเนินการได้ภายใต้มาตรการ ดังนี้
3.1 ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน เว้นแต่เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ ที่กำหนดให้เป็นสถานกักกันโรค หรือได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ โดยความเห็นชอบของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอในพื้นที่รับผิดชอบ
3.2 งดการจัดกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะการสังสรรค์ จัดเลี้ยง หรืองานรื่นเริง สำหรับการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมตามที่ได้กำหนดเตรียมการไว้แล้ว กรณีมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรม ให้ยื่นขออนุญาตต่อศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอพื้นที่รับผิดชอบ ขอให้ยื่นเรื่องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ กรณีพิธีศพหรือพิธีการที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนสามารถยื่นขออนุญาตก่อนการจัดงานได้ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ ซึ่งจัดพิธีหรือจัดกิจกรรมโดยให้พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นเป็นสำคัญ
3.3 การขออนุญาตจัดกิจกรรมตามข้อ 3.1 และ 3.2 ให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอมอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการประเมินเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ตามมาตรการแนบท้ายประกาศนี้ ก่อนที่จะอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมดังกล่าว
3.4 สำหรับกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนมีประกาศฉบับนี้ ให้ผู้ได้รับอนุญาตยืนยันการจัดกิจกรรมดังกล่าว หากประสงค์จะดำเนินการจัดกิจกรรมต่อไป ให้แจ้งต่อศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเพื่อพิจารณาทบทวนการอนุญาตตามเหตุผลความจำเป็น ทั้งนี้ต้องไม่เป็นกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากและเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
3.5 กรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พนักงานเจ้าหน้าที่อาจให้คำแนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม และมีอำนาจกำหนดช่วงระยะเวลา เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของโรคได้ กรณีไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำจะมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4. มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ กำหนดการปฏิบัติงานในลักษณะปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้เต็มความสามารถที่จะทำได้ เพื่อป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ส่วนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่ต้องให้บริการแก่ประชาชนโดยตรง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย หรืองานที่มีกำหนดเวลาปฏิบัติชัดเจนและได้นัดหมายไว้แล้วล่วงหน้า อีกทั้งสามารถจัดมาตรการป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี เช่น การรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ให้พิจารณาดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม และขอความร่วมมือภาคเอกชนพิจารณาการดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

การได้รับการเยียวยา ชดเชยรายได้จากรัฐบาล

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ได้อนุมัติให้ กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ ใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ได้รับการเยียวยา ชดเชยรายได้จากรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกระทรวงแรงงาน กำหนดรูปแบบการให้ความช่วยเหลือ คือ กลุ่มแรงงานสัญชาติไทย ที่อยู่ในระบบผู้ประกันสังคม ตามมาตรา 33 จะได้รับความช่วยเหลือเงินจำนวน 2,500 บาท จำนวน 1 เดือน ขณะที่แรงงานผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 สัญชาติไทย จะได้รับความช่วยเหลือ คนละ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน โดยกลุ่มที่เป็นผู้ประกันสังคม ตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน นายจ้าง/ผู้ประกอบการ กรณีที่มีลูกจ้าง • ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม มาตรา 33 ภายในเดือน ก.ค. 64 เพื่อผู้ประกอบการจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คนในอัตรา 3,000 บาท/หัว/สถานประกอบการ ลูกจ้างสัญชาติไทยจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง • ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม มาตรา 40 ภายในเดือน ก.ค. 64 จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท รวมถึงผู้ประกอบการในระบบ “ถุงเงิน” ในโครงการคนละครึ่ง-เราชนะ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมเพราะไม่มีลูกจ้าง ให้ดำเนินการลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 40 เพื่อรับความช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท ด้วย 1 เดือน

วิธีเตรียมเอกสาร • หลักฐานการเป็นลูกจ้างในกิจการที่ถูกสั่งปิดเพราะประกาศ คำสั่ง ของรัฐบาล • บัตรประชาชน • หลักฐานจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ตามมาตรา 39 และมาตรา 40 • เอกสารจ่ายเงินสมทบ 6 เดือนย้อนหลัง • เอกสารการรับเงินจากนายจ้าง หรือคู่ค้า ครั้งสุดท้าย

วิธีสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 หากต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 สามารถทำได้ผ่าน 7 ช่องทาง 1. สมัครด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ 2. สายด่วนประกันสังคม หมายเลข 1506 3. เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา 4. ธนาคาร ธกส. ทุกสาขา 5. Big C ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 6. เครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศ 7. สมัครผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม วิธีสมัครผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม • เข้าไปที่เว็บไซต์ www.sso.go.th ของสำนักงานประกันสังคม • เลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อเข้าโปรแกรม ลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ถ้าเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่โปรแกรมจะอยู่ตรงกลางหน้าจอ หากเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมจะอยู่ด้านขวามือ ของหน้าจอ • เลือกแถบเมนู ลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะปรากฏหน้าจอให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จนเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัครขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ระบบจะแจ้งยืนยันผ่านทาง SMS ทันที • การสมัครจึงจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว