24 มีนาคมของทุกปี เป็นวันวัณโรคสากล (World TB Day)

24 มีนาคมของทุกปี เป็นวันวัณโรคสากล (World TB Day) ในปี 2564 ได้รณรงค์ภายใต้แนวคิด “The Clock Is Ticking” (รู้เร็ว รีบรักษา ยุติปัญหาวัณโรค) ตามเป้าหมายแผนปฏิบัติการระดับชาติ นำไปสู่ เมืองไทย ปลอดวัณโรค เพื่อโลกปลอดวัณโรค

วัณโรค ยังเป็นปัญหาที่สำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย การรักษาวัณโรค ใช้เวลาค่อนข้างนาน ระยะเวลา 6-9 เดือน กรณี วัณโรคดื้อยา การรักษา จะมีระยะเวลาที่นานมากกว่า 1 ปี

วัณโรค เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium Tuberculosis หรือเรียกสั้นๆ ว่า TB เป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบบ่อย คือ วัณโรคปอด ติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ โดยเชื้อจะออกมากับการไอ จาม ทำให้เชื้อกระจายอยู่ในอากาศ และเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจเอาเชื้อเข้าไป ก่อให้เกิดการติดเชื้อและป่วยได้

หากมีอาการไอติดต่อเกิน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด หรืออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไอแห้ง ๆ ไข้ต่ำ ๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ให้รีบพบแพทย์ตรวจหาวัณโรคทันที ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยเป็นวัณโรค ได้แก่ กลุ่มผู้อาศัยร่วมบ้าน หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค, ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์, ผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมต่าง ๆ (เบาหวาน ไต ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ), ผู้ต้องขังในเรือนจำ, แรงงานข้ามชาติ, ผู้ติดสารเสพติด และบุคลากรสาธารณสุข ควรตรวจร่างกายโดยการเอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปี 1 ละครั้ง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอาการก็ตาม

การป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค ด้วยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกาย กินอาหารให้ ครบ 5 หมู่ ป้องกันตนเองโดยสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ หรือเมื่ออยู่ใน ชุมชนที่แออัด สำหรับผู้ป่วยวัณโรคให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อวัณโรคสู่ผู้อื่น และต้องกินยาให้ครบถ้วนสม่ำเสมอทุกวันจนครบระยะเวลาตามแพทย์สั่ง

“รู้เร็ว รักษาหาย ไม่แพร่กระจาย”หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ที่มา : กรมควบคุมโรค